การต่อสายลำโพง

ปิดแอมปลิไฟเออร์ทุกครั้งก่อนเสียบสายลำโพง และไม่ว่าจุดเสียบสายลำโพงจะเป็นแบบใดก็ตาม อย่าลืมว่าการต่อขั้วลำโพงที่แน่นเกินไปจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี และให้ใช้สายลำโพงคุณภาพดี และต่อสายลำโพงทีละข้างจากแอมปลิไฟเออร์ไปยังลำโพง ใส่ใจในความละเอียดเรื่อง สีแดง(+) ของขั้วแอมป์ไปยังสีแดง(+) ของขั้วต่อลำโพง และจากสีดำแอมป์ (-) ไปเข้าดำ(-) ของลำโพง(รูป 7) ทำซ้ำขั้นตอนนี้กับทุกลำโพงในระบบเสียงของคุณ และถ้าหากเปิดเสียงลองฟังดูแล้ว พบว่า เสียงเบสหาย หรือมิติเสียงมัวไม่ชัดเจน เป็นไปได้ที่ว่าคุณต่อขั้วกลับ เฟสกัน ดังนั้นให้เช็คขั้วต่ออีกครั้งว่าตรงตามหลักเกณฑ์ที่กล่าวมาแล้วหรือไม่

clip_image001

 การต่อแบบอื่นๆ

ลำโพง Paradigm บางรุ่นมีจุดต่อถึง 2 ชุดด้วยกันซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยJumper bars (รูป8) ลำโพงเหล่านี้ สามารถต่อแบบไบ-ไวร์ (bi-wired) หรือไบ-แอมป์ปลิไฟเออร์ (bi-amplified) เพื่อประสิทธิภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมได้ แต่หากลำโพงของคุณไม่มีขั้วต่อแบบไบ-ไวร์ ก็ขอให้ข้ามบทนี้ไปได้เลย สำหรับการต่อแบบมาตรฐานนั้น ให้ปล่อยสาย Jumper Bars ไว้ตามเดิมแล้วต่อสายลำโพงตามปรกติ (รูป8) ในกรณีที่ต้องการต่อแบบไบ-ไวร์ หรือไบ-แอมป์ ให้เอาชิ้นส่วน Jumper bars ออกก่อน มิฉะนั้นจะเกิดความเสียหายกับแอมป์และลำโพงได้

clip_image001[4]

Bi-Wiring
การต่อแบบไบ-ไวร์สามารถเพิ่มความสดใสของเสียงทั้งหมด และความแน่นของเสียงเบสได้อย่างมาก แต่คุณจะต้องใช้สายลำโพง 2 ชุด ต่อ ลำโพง 1ข้าง(รูป9)

Bi-amplifying
การต่อแบบนี้จะเป็นการต่อแยกสัญญาณแต่ละแชนแนลของแอมปลิไฟเออร์ ไปยังแต่ละส่วนของไดร์เวอร์ลำโพง เพื่อเพิ่มเวทีเสียง (Sound Stage) และมิติของเสียงที่เด่นชัด และเพื่อให้แน่ใจว่าจะต้องมีความสมดุลย์ของเสียง ทั้งระบบ การเลือกใช้แอมป์ 2 เครื่องจะต้องเป็นรุ่นและยี่ห้อเดียวกัน และจะต้องปรับระบบการทำงานให้อยู่ใน mode เดี่ยวกัน (เช่น non-bridged ทั้งคู่ หรือ bridge ทั้งคู่ เป็นต้น)

clip_image001[6]

หมายเหตุ
ถ้าคุณเลือกที่จะต่อแบบ Bi-amplify speakers โดยการใช้ลำโพงซับวูฟเฟอร์, นั่นแสดงว่าจริงๆแล้ว
คุณกำลังต่อระบบของคุณเป็นแบบ Tri-amplifying, เพราะในตู้ลำโพงซับวูฟเฟอร์จะมีภาคขยายอยู่แล้ว และระบบ Tri-amplifying ที่ติดตั้งนี้ก็จะเป็นระบบเสียงที่ดียิ่งขึ้นไปอีก

Vertical bi-amplification ระบบนี้จะใช้แอมปลิไฟเออร์ 1 เครื่อง ต่อลำโพง 1ตัว การปรับค่าแบบนี้จะ ทำให้แต่ละแชลแนลแยกจากกันโดยอิสระ และแน่นอนว่าคุณภาพเสียงที่ได้จากระบบนี้ถือว่าเป็นระบบสุดยอด ระบบหนึ่งทีเดียว (รูป10)

clip_image001[8]

Horizontal bi-amplification ระบบนี้จะใช้แอมปลิไฟเออร์ 1 เครื่อง ต่อลำโพง 1ตัวเหมือนกัน หากแต่ การปรับค่าแบบนี้จะ แตกต่างจากแบบ Vertical bi-amplification ตรงที่ แอมป์ตัวที่1 จะขับลำโพงเฉพาะย่านความถี่กลาง/ต่ำ และแอมป์อีกเครื่องหนึ่งก็จะขับลำโพงที่ย่านความถี่สูงอย่างเดี่ยว ซึ่งระบบนี้จะเห็นผลได้ชัดเจนกรณีที่เปิดเสียงดังมากๆ เพราะเมื่อแอมปลิไฟเออร์เกิด clipping สัญญาณที่ความถี่ต่ำ ความเพี๊ยนของเสียงที่เกิดขึ้นจะไม่ไปรบกวนสัญญาณ ในช่วงความถี่สูง (รูป11)

clip_image001[10]

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

#1 By Manus (103.7.57.18|124.121.52.26) on 2012-06-29 21:03