เมื่อเทคโนโลยีการบันทึกภาพและเสียงหรือจะเป็นวิดีโอ ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เทคโนโลยีในการแสดงผลก็ต้องพัฒนาตามเพื่อให้สามารถรองรับหรือแสดงผลได้ตามที่ถูกบันทึกมา หรือให้ใกล้เคียงมากที่สุด 

ทุกวันนี้ทีวีในท้องตลาดต้องแข่งกันเพื่อแสดงความคมชัด ความละเอียดที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากทีวีมีขนาดใหญ่ขึ้น (แต่บางลงทุกวัน)  ทั้งนี้มีผลหรือปัจจัยจากอะไรบ้าง เรามาทำความรู้จัก HDTV เบื้องต้นกันดีกว่า

เจ้าทีวีที่เห็นบอกๆกันว่า 480i, 576i, 480p, 576p, 720p, 1080i, 1080p มันคืออะไร

การแสดงผลของทีวีในปัจจุบันมี 2 แบบครับ
  1. Interlace (i)
  2. Progressive (P)

เดิมทีการแสดงผลดั้งเดิมจะเป็น แบบแรก นั่นคือการแสดงภาพออกมาที่จอ 1ภาพ (1เฟรม) จะใช้การแสดงภาพที่เรียกว่าการสแกน 2 ครั้ง (1ครั้ง คือ 1 ฟิลด์) โดยแบ่งเป็นฟิลด์ที่สแกนเลขคี่กับเลขคู่ สมมติว่าใน 1 ภาพถูกแบ่งเส้นสแกนเป็น 480 เส้น นั่นคือจะถูกแบ่งเป็นฟิลด์เส้นสแกนเลขคี่(A) 1 3 5 .. 479 กับฟิลด์เส้นสแกนเลขคู่(B) 2 4 6 ..480 นั่นคือ ฟิลด์เลขคี่ เส้นคู่จะเป็นสีดำ ส่วนฟิลด์เลขคี่ เส้นคี่จะเป็นสีดำ ฟิลด์ทั้งสองจะถูกสแกนสลับกันไปในลักษณะ A B A B ด้วยความเร็วหลายๆ รอบใน 1 วินาที (เฮิร์ต:Hz) ยิ่ง Hz สูงก็ยิ่งสแกนหลายรอบการกระพริบของภาพก็จะน้อยลง

สำหรับทีวีขนาดเล็กก็จะไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเพราะแทบมองไม่เห็นเส้นสแกน แต่สำหรับทีวีที่ใหญ่ขึ้น ก็จะเห็นเส้นสแกนได้ชัดขึ้น รวมถึงรอยหยักของภาพที่เกิดจากการสลับฟิลด์ด้วย

ต่อมาจึงได้มีการพัฒนาทีวีมาเป็นแบบสแกน progressive นั่นคือใช้การสแกนครั้งเดียวได้ 1 ภาพเลย 1 2 3 .. 480 ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องเส้นสแกนสีดำและรอยหยักเกิดขึ้น ทีนี้มาดูเรื่องความละเอียดกันบ้าง ลองนึกถึงความละเอียดของจอมอนิเตอร์ดูครับ เริ่มจาก

480i = 640x240 + 640x240 
480p = 640x480 
576p = 720x576
720p = 1280x720
1080i = 1920x540 + 1920x540
1080p = 1920x1080

ทีวีปัจจุบันมีการจำลองการสแกน progressive สำหรับภาพที่บันทึกมาแบบ interlace ด้วยนั่นคือ progressive เทียมครับ ภาพที่ได้จะยังมีการกระพริบอยู่

แล้วทีวีตามบ้านทั่วๆ ไปจะมี p อยู่เท่าไหร่

 อันนี้ขึ้นอยู่กับทีวีของเราครับว่ารองรับได้เท่าไรบ้าง เช่น
  • 480i (ntsc) & 576i (pal) โดยทีวีทั่วไป จะเห็นว่า pal มีความละเอียดที่สูงกว่าแต่ จำนวน Hz ต่ำกว่า ภาพจะกระพริบดูแล้วปวดตา
  • 480p & 576p(enhance tv)
  • 720p,1080i (standard hdtv)
  • 1080p (enhance hdtv)

*** NTSC & PAL เป็นระบบการส่ง-รับสัญญาณระหว่างสถานีและเครื่องรับของทีวีครับ ปกติเซ็ตค่าเป็น Automatic ทีวีมันก็จะหาของมันเองครับ

แล้วเจ้า HDMI มันคืออะไรอีกหล่ะ

 
เป็นสายสัญญาณที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการส่งสัญญาณความละเอียดสูง ซึ่งสัญญาณระดับ hidef 720p และ 1080i นั้น อันที่จริงก็สามารถส่งผ่าน สาย vga (d sub 15 pin) และ component (Y Pb Pr) ได้ แต่เป็นการส่งสัญญาณแบบ analog ซึ่งมีข้อเสียคือเกิดการสูญสีย ในการแปลงสัญญาณ ดิจิตอลเป็นอนาล็อกเพื่อปล่อยออกจากเครื่องเล่น และแปลงสัญญาณจากอนาล็อกที่เข้าสู่ทีวี ไปเป็นดิจิตอลเพื่อแสดงภาพ ซึ่งสำหรับสัญญาณเสียงจึงได้มีการคิดสายสัญญาณเสียงดิจิตอลออกมานั่นคือ optical และ coaxial ออกมา ใน PS2 ใช้ optical นั่นหมายถึง สื่อที่บันทึกมาต้องมีเสียงดิจิตอลด้วย (dts) ต่อมาจึงมีการคิดสายสัญญาณภาพแบบดิจิตอลออกมาก็คือ dvi ซึ่งเริ่มใช้กับวงการคอมพิวเตอร์พวกการ์ดจอก่อน ในเครื่องเล่นดีวีดีก็มีให้เห็นบ้าง หลังจาก dvi ออกได้ไม่เท่าไร ก็มีการออก HDMI ตามมาซึ่งสามารถส่งสัญญาณได้ทั้งภาพและเสียงแบบดิจิตอลได้ในเส้นเดียว ช่วยให้ประหยัดสายไปได้เยอะ

แล้วสมมติว่าผมใช้ทีวีโซนี่ 29" จอแบนธรรมดา มาเล่น PS3 มันจะต่างกับ 1080p ยังไง

ภาพทีได้ก็ต่างกันมากครับเรื่องคุณภาพลองนึกเปรียบเทียบเวลาคุณใช้งานคอมที่ความละเอียดต่างกัน หรือถ่ายรูปที่ความละเอียดต่างกันดูครับว่าเป็นไง เอาง่ายๆ มันก็เหมือนภาพต้นฉบับดีวีดีมาถูกตัดทอนความละเอียดเหลือเท่าซีดีอ่ะครับ แต่สำหรับ PS3 นั้นแม้จะถูกตัดทอนลงก็ยังสวยงามอยู่เพียงแต่มันไม่สามารถแสดงความสวยงามได้เต็มที่หน่ะครับ

และที่สำคัญในการเลือกทีวีนั้น เนื่องจากแต่ก่อนความละเอียดจะเป็นแบบฟูลสกรีน 4:3
อย่างเช่น 640/4 = 160 480/3= 160 แต่720p กับ 1080i เป็นแบบ ไวด์สกรีน 16:9 1280/16=80 720/9=80, 1920/16=120 1080/9=120 ตัวเลขจะได้เท่ากันครับเนื่องจากรูปทรงของเส้นที่ตัดกัน หรือ pixel จะต้องเป็นสี่เหลี่ยม ทีนี้ถ้าเราเอาความละเอียดไวด์สกรีนไปแสดงบนฟูลสกรีนจะเป็นอย่างไร
จาก16:9 --> 4:2.25 นั่นคือภาพจะหายไป 0.75ส่วน ดังนั้นเพื่อให้เต็มจอภาพในแนวตั้งก็จะถูกยืดขึ้นทำให้หน้ายาว
หรือ16:9-->5.33:3 จะมีภาพส่วนเกินอยู่ 1.33 ส่วนนี้จึงต้องตัดออกไป เพื่อแก้ปัญหาทั้งสองอย่างนี้จึงแก้ปัญหาโดยการออกแบบระบบเครื่องเล่นให้แก้ไขภาพได้ 2 แบบ คือ pan & scan ขยายให้เต็มจอแล้วตัดด้านข้างออก ข้อเสียคือภาพถูกขยายขึ้นไป ทำให้ความละเอียดน้อยลง ภาพไม่ครบด้านข้าง หรืออีกอย่างหนึ่งคือใช้ letter box คือปรับภาพให้เหมือนซองจดหมาย ก็คือเหลือด้านบนและด้านล่างดำๆไว้ ซึ่งเหมือนว่าจะโอเคเนื่องจากได้ภาพครบทั้งหมด แต่ปัญหาก็คือ ในส่วนที่เป็นสีดำบนจอนั้นก็ถือว่ามีเส้นสแกนอยู่ด้วยเช่นกัน แต่ภาพถูกบีบลงมา ดังนั้นแทนที่จะได้เส้นสแกนครบถ้วน จึงต้องสูญเสียไป ดังนั้นในภายหลังจึงได้มีการปรับปรุงโดยเพิ่มฟังก์ชั่นของทีวีให้มีการปรับสัดส่วนจอเป็น 16:9 ได้ แล้วเลือกปล่อยสัญญาณที่เครื่องเล่นเป็นแบบไวด์สกรีน ซึ่งวิธีนี้ก็จะทำให้ได้ทั้งรายละเอียดของภาพและเส้นสแกนครบถ้วน

สำหรับทีวีดิจิตอลซึ่งมีการใช้ความละเอียดเป็นพิกเซลอย่างพวก LCD ทีวี นั้นให้สังเกตว่าแต่ละเครื่องนั้นจะมีความละเอียดเฉพาะของมันอยู่นั่นคือ native resolution อย่าง ผมมีจอที่มี native resolution อยู่ 640x480 แต่ว่าสามารถรับ 720p หรือ 1080i ได้ด้วยไม่จำเป็นว่าการแสดงผล ที่720p หรือ 1080i จะดีกว่า เนื่องจากตามปกติรูปทรงของพิกเซลเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส เมื่อปล่อยสัญญาณภาพมาที่สัดส่วนอื่น ภาพก็จะมีการถูกเปลี่ยนสัดส่วนไปซึ่งจะอยู่ในรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งส่งผลให้การแสดงภาพนั้นไม่ออกมาดีที่สุดได้เช่นกัน ดังนั้นควรจะเลือกดูให้ดีว่าจอที่เราจะซื้อนั้นมี native resolution เท่าไร

เอาล่ะครับ มันเริ่มจะไม่ใช่แค่เบื้องต้นตามชื่อบทความซะแล้วซิ เพราะเรื่องนี้ยังมีอะไรให้ทำความเข้าใจกันอีกเยอะ เอาเป็นว่าเราค่อยมาศึกษาและทำความเข้าใจไปพร้อมๆกัน ในบทความต่อๆไปครับ

edit @ 20 Nov 2011 01:22:42 by iSpot

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณค่ะconfused smile

#1 By lnw (101.109.42.48) on 2011-11-21 23:31