BALANCE & UNBALANCE

posted on 14 Sep 2011 15:29 by ispot-hd in Audio
โดยทั่วไปการนำสัญญาณในระบบเสียงที่นิยมใช้กันนั้น มี 2 แบบคือ
1. BALANCE SIGNAL
2. UNBALANCE SIGNAL
 
การนำสัญญาณทั้งสองแบบ แตกต่างกันที่ตัวนำที่ใช้นำสัญญาณหรือ สายสัญญาณนั่นเอง สายบาลานซ์จะมีตัวนำ 3 เส้นในการนำสัญญาณ ส่วนอันบาลานซ์ ใช้แค่ 2 เส้น

1. BALANCE แจ็คที่ใช้กับสัญญาณบาลานซ์ ที่นิยม มี 2 แบบ คือ
1.1 XLR ( EXTRA LOW RESISTANCE ) ซึ่งหมายถึง สัญญาณที่มีความต้านทานต่ำมาก ( เป็นผลให้สามารถเดินสายสัญญาณได้ไกล ๆ โดยปราศจากสัญญาณรบกวน ) โดยสัญญาณจากขาต่าง ๆ ที่ต่อเป็นมาตรฐานสากล คือ
ขาที่ 1 กราวด์ หรือ shield
ขาที่ 2 สัญญาณ + หรือ HOT SIGNAL
ขาที่ 3 สัญญาณลบ หรือ COOL SIGNAL

1.2 1/4 TRS ( TIP RING SHEEVE ) ซึ่งหมายถึง จุด ต่อสามจุดของแจ็คแบบ TRS โดย TIP จะเปรียบเสมือน ขาที่ 2 ของแจ็ค XLR, RING จะเหมือน ขาที่ 3 ของแจ็ค XLR และ SHEEVE จะเหมือนกับ ขาที่ 1 ของแจ็ค XLR
..สายสัญญาณแบบ BALANCE มีการแยกสัญญาณ + และสัญญาณ - ออกจากกันโดยมีสาย Shield เป็นกราวด์ที่เดินคู่ขนานมาเพื่อป้องกันสัญญาณรบการจากภายนอก ทำให้สัญญาณที่ได้มีความสะอาด ใส เสียงสัญญาณรบกวน
( NOISE ) น้อย

2. UNBALANCE แจ็คที่นิยมใช้ในระบบเสียงสำหรับ UNBALANCE คือแจ็ค PHONO , RCA การต่อสัญญาณแบบนี้จะรวมเอาสัญญาณ - หรือ COOL SIGNAL รวมไว้กับ กราวด์ หรือ SHEEVE ทำให้แทนที่สายกราวด์จะทำหน้าที่ป้องกันเสียงรบกวนอย่างเดียวเหมือน BALANCE ต้องมาทำหน้าที่นำสัญญาณด้วย ดังนั้นสัญญาณรบกวน จากสายกราวด์
จึงปะปนมากับ สัญญาณ - จึงทำให้การต่อแบบ UNBALANCE จะมีสัญญาณรบกวนมาก ถ้ายิ่งเดินสายไกล ๆการใช้สายแบบ UNBALANCE นั้นจะใช้เฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้สายไม่ยาวมาก เช่น สายแจ็คกีตาร์ สายแจ็ค CD, TAPE ส่วนการเดินสายไกล ๆ เช่น สาย มัลติคอร์หรือ สาย CROSSOVER จะนิยมใช้แบบ BALANCE มากกว่า

edit @ 7 Oct 2011 16:53:02 by iSpot

Comment

Comment:

Tweet