จากความเดิมตอนที่แล้วที่เคยได้พูดไว้นั้นในบทความ "Digital TV & Internet TV เปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ตอนที่ 1" ในตอนต้นที่ได้กล่าวไปแล้วอินเตอร์เน็ตเปรียบเสมือนช่องทางการนำเสนอเนื้อหาต่างๆ บนโลกดิจิตอลเช่นเดียวกันตัวอุปกรณ์ส่งสัญญาณอย่าง Digital TV ซึ่งโทรทัศน์ที่พวกเราได้รับชมผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตก็ถือว่าอยู่ในแนวทางของ Digital TV ด้วย ในต่างประเทศนั้น Internet TV นั่นแปลว่าทั้ง Digital TV และ Internet TV คือสิ่งที่ใกล้เคียงกัน และคงได้รับความนิยมมาเป็นเวลานานแล้ว Internet TV นั้นจะเป็นที่นิยมได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้านตั้งแต่ ความสเถียรของอินเทอร์เน็ต ความเร็วของอินเทอร์เน็ต และที่สำคัญที่สุดคือความพร้อมในการใช้งานจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ดังนั้นหากขาดซึ่งปัจจัยดังกล่าว Internet TV ไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้แน่นอน
 

ในมุมมองของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต หรือผู้รับชมช่องโทรทัศน์เรียกได้ว่า Digital TV เป็นช่องทางที่สามารถรับชมได้ง่าย และสะดวกมากทางหนึ่ง เพียงแค่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียว ที่เชื่อมต่อเครือข่ายมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ ADSL เพียงเท่านั้นผู้ใช้งานก็สามารถรับชมความบันเทิงที่ถูกนำเสนอได้โดย ไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์เสริมในการรับสัญญาณเพิ่มเติมแต่อย่างใด หลักๆ ก็เพียงแค่ต้องนั่งจำ URL หรือที่อยู่ของบริการเว็บไซต์ที่ให้บริการในการนำเสนอเนื้อหาบน Internet TV ในมุมมองของผู้ให้บริการ หรือเจ้าของสัญญาณนั้นก็สามารถติดตั้ง หรือทำช่องสัญญาณออกอากาศได้ไม่ยากนัก เพราะการแพร่สัญญาณผ่านอินเทอร์เน็ตนั้นแทบไม่จำเป็นต้องลงทุนค่าอุปกรณ์อื่นใดนอกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ และแพ็คเก็จอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเลย ขั้นตอนการสร้างเนื้อหาหรือคอนเทนต์นั้น ความยาก-ง่ายก็อยู่ที่งบประมาณ และไอเดียที่ต้องการจะนำเสนอ หรือพูดตรงๆ ก็คืออยู่ที่หัวคิดสร้างสรรค์ของผู้สร้างก็เป็นพอครับ

ตัวอย่างที่ดี และเชื่อว่าผู้อ่านหลายคนน่าจะเคยสัมผัสมา แล้วก็น่าจะมี ihere.tv กับรายการเจาะข่าวตื้นที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของ จอห์น วิญญู พิธีกรหนุ่มชื่อดังไปแล้ว เมื่อนึกถึง จอห์น วิญญู ก็ต้องนึกถึง ihere.tv หรือรายการเจาะข่าวตื้นที่ออกอากาศอยู่ในนั้น ihere.tv มียอดผู้เข้าชมสูงถึง 13 ล้านคน นี่อาจทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นว่าการทำ Internet TV ให้เป็นเสมือนโทรทัศน์จริงๆ ที่มียอดผู้ชมจำนวนมากก็สามารถทำได้ ช่องทางของ Internet TV จึงถือเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสสำหรับคนมีไอเดียอยากทำรายการโทรทัศน์หรือสถานีโทรทัศน์แต่ไม่อยากลงทุนสูง ในต่างประเทศมี Internet TV ที่ประสบความสำเร็จมากมาย มีการขายสปอนเซอร์และโฆษณาเหมือนสถานีโทรทัศน์จริงและมียอดผู้ชมหลายล้านคน นอกจาก Internet TV ที่อยู่ตามเว็บไซต์ทั่วไปแล้ว Youtube ก็ยังถูกทำมาใช้เป็นช่องทางหนึ่งได้เหมือนกัน แม้จะไม่ได้เรียกว่า Internet TV ได้อย่างเต็มปาก แต่ก็มีหลายคนพยายามที่จะใช้ Youtube Channel มาเปิดเป็นช่องหรือรายการโทรทัศน์ของตัวเอง โดยสามารถให้ผู้ชมเข้ามากด Subscribe ได้ ความเจ๋งของ Internet TV ยังไม่จบอยู่แค่นี้แต่หากเราลองสังเกตดีๆ ในปัจจุบันก็มีโทรทัศน์หลายรุ่นหลายยี่ห้อที่มีฟังก์ชั่นสามารถต่ออินเตอร์เน็ตได้ โทรทัศน์เหล่านี้ออกมาเพื่อรองรับการชมรายการผ่านอินเตอร์เน็ตทั้งสิ้น หากกล่าวถึงเรื่องนี้คงต้องเหลียวมองไปยัง Google TV ที่สร้าง Portal ของตัวเองขึ้นมาโดยไปผูกอยู่กับโทรทัศน์บางยี่ห้อที่มีฟังก์ชั่นเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ เมื่อผู้ใช้เปิดโทรทัศน์ขึ้นมาก็สามารถเลือกเข้าสู่โหมด Internet TV และรับชมรายการต่างๆ ของทาง Google ได้

จากความล้ำยุคล้ำสมัยของเทคโนโลยีทั้งหมด เราสามารถคาดเดาได้ไม่ยากว่าในอนาคตอันใกล้คำว่า Digital TV จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้นอย่างแน่นอน ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เข้าสู่ความเป็นดิจิตอลมากขึ้นจะทำให้ Digital TV เกิดขึ้นมาและได้รับความนิยมอย่างไม่ยากเย็น รวมไปถึงการรับชมโทรทัศน์ผ่านสมาร์ทโฟนซึ่งก็จะมีความง่ายขึ้นเมื่อการเชื่อมต่อที่รวดเร็วอย่างระบบ 3G เข้ามาอย่างเต็มรูปแบบ ผู้ใช้และผู้กระจายสัญญาณโทรทัศน์จะมีความ “ง่าย” ในการชมหรือการกระจายมากขึ้น และไม่แน่ว่าในอนาคตไกลๆ ความ “ง่าย” ของทั้ง 2 มุมนี้จะมาบรรจบจนเรียกได้ว่าง่ายพอๆ กันทั้งผู้ชมและผู้ปล่อยสัญญาณเข้าสู่ระดับที่ใครๆ ก็มีสถานีโทรทัศน์เป็นของตัวเองได้อย่างแท้จริง

ที่มา : daydev.com

ในเวลานี้คำว่า Digital TV นั้นอาจจะมีเสียงเรียกเบาๆ มากระทบหูของเราไปแล้วบ้าง ซึ่งความหมายที่ถูกบัญญัติไว้ก็ตรงตามตัวนั่นคือ ทีวี หรือโทรทัศน์ทำงานแบบดิจิตอลหรือ Digital TV นั่นเอง นั่นหมายความว่าสัญญาณภาพ และเสียงที่จะรับ-ส่งกับเครือข่ายจะต้องมีคุณภาพที่ดีมากกว่าระบบ Analog แบบเดิมแน่นอน แต่สิ่งที่ Digital TV มีนั้นไม่ใช่เพียงแค่การประมวลผลภาพที่คมชัดเพียงอย่างเดียว อันที่จริงแล้ว Digital TV ยังมีรูปแบบบริการหลากหลายรูปแบบ และคุณลักษณะอื่นมากมายที่สำคัญในตอนนี้ประเทศไทยของเรานั้น เริ่มมีการวางแผนสำหรับอนาคตในการที่จะเปลี่ยนสัญญาณโทรทัศน์รูปแบบเดิมให้เตรียมพร้อมกับสัญญาณดิจิตอล ซึ่งก็มีหลายผู้ให้บริการได้เริ่มให้ผู้บริโภคได้ใช้งานกันไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับความนิยมมากนักเท่าไร

ถ้าจะให้แบ่ง หรือแยกประเภทของ Digital TV ออกมานั้น จะพบว่า Digital TV จะมีประเภทใหญ่ๆ 3 ประเภท จากประเภทหลายๆประเภทที่ยิบย่อยทั้งหมด แต่แม้ว่าจะถูกแบ่งเป็นกี่ประเภทยังไง หลักการทำงานของ Digital TV หลักๆ ก็คือการแพร่สัญญาณโทรทัศน์ผ่านระบบ ดิจิตอล เหมือนกันหมด ซึ่งจะเห็นได้ว่าสัญญาณดิจิตอลมีการใช้งานมากที่สุดในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต คงจะมีโอกาสเป็นไปได้ที่ Digital TV นั้นน่าจะรองรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ในเวลานี้ และคงจะมีบางสิ่งที่จะเป็นข้อดีแก่ระบบของ Internet TV ที่กำลังออกตัวกันอย่างเอาเป็นเอาตายกันในตลาดเทคโนโลยีช่วงนี้

Digital Signal Broadcasting
วิธีการที่เรียกว่า Digital Signal Broadcasting นั้นเป็นการแพร่สัญญาณโทรทัศน์ในรูปแบบปกติที่พวกเราได้รับชมกันอยู่ตามที่อยู่อาศัยกันมาตลอด สำหรับประเทศไทย สัญญาณโทรทัศน์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันยังอยู่ในรูปของอนาล็อก ซั่งเป็นการแพร่สัญญาณภาพผ่านระบบอนาล็อก ซึ่งผู้อ่านหลายคนอาจจะสับสนกับรูปแบบสัญญาณเหล่านี้ และคงสงสัยว่าถ้าหากเราเปลี่ยนการส่งสัญญาณจากระบบอนาล็อกมาเป็นดิจิตอลแล้วนั้นจะมีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน ก็อาจจะต้องนั่งไล่เรียงเขียนเป็น บรรณานุกรมกันยาวเป็นหางว่าวเลยทีเดียว แต่ประเด็นหลักที่เห็นกันถึงข้อแตกต่าง และประโยชน์โดยส่วนมากนั่นก็คือเรื่องของสัญญาณภาพที่แสดงผลออกมา สัญญาณภาพจากระบบดิจิตอลจะให้ภาพที่มีความคมชัดมากกว่าสัญญาณอนาล็อก และมีอัตราการถูกรบกวนได้น้อยกว่า การถูกรบกวนในที่นี้คือ จอภาพลาย ภาพล้ม ภาพเบี้ยว หรือมีสิ่งแปลกปลอมจากสัญญาณรบกวนมาปรากฏแทรกซ้อน เป็นต้น ซึ่งหากว่าได้เปลี่ยนการส่งสัญญาณโทรทัศน์ให้อยู่ในรูปแบบของระบบดิจิตอลแล้วผู้บริโภคที่รับชมโทรทัศน์อยู่ก็จะได้รับชมอย่างมีคุณภาพมากขึ้น

สิ่งที่เป็นข้อเสียของ Digital TV
ข้อเสียหลักของ Digital TV นั่นก็คืออุปกรณ์ในการรับสัญญาณที่ทุกบ้านจะต้องหาซื้อมาติดตั้งเพิ่มเติม ก็เหมือนกับการซื้อกับเสาอากาศ หรือจานดาวเทียมสำหรับชมโทรทัศน์ที่หลายๆบ้านมีกันนั่นแหละครับ เพียงแค่ว่าตัวรับสัญญาณแบบดิจิตอลจะมีลักษณะเป็นกล่อง และมีราคาสูงกว่าเสาอากาศนิดหน่อย ซึ่งถือว่าเป็นข้อเสียตรงที่ทำให้ผู้คนอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งนี้แน่นอนว่าเรื่องของการปล่อยสัญญาณโทรทัศน์ไม่ได้เป็นแค่ทางผู้รับอย่างเดียวเท่านั้น ในเชิงของสถานีโทรทัศน์ผู้แพร่สัญญาณก็จำเป็นจะต้องลงทุนทำระบบขึ้นมาใหม่ด้วย

ไม่น่าแปลกใจเลยที่เมื่อนึกถึงคำว่า Digital TV แล้วหลายคนมักจะนึกถึงแต่ Digital TV ประเภทนี้ เพราะมันก็คือโทรทัศน์ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุดในตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ในหลายประเทศมีการเปลี่ยนระบบการแพร่สัญญาณโทรทัศน์จากแบบอนาล็อกมาเป็นดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ หรือถ้าให้เข้าใจง่ายกว่านั้นคือบางประเทศได้มีการโละการแพร่สัญญาณแบบอนาล็อกทิ้งไป และถูกแทนที่ด้วยการแพร่สัญญาณแบบดิจิตอลย่างสมบูรณ์ นั่นหมายความว่ารายการโทรทัศน์ที่ทุกคนได้รับชมในประเทศเหล่านั้นจะมีทั้งภาพที่คมชัดและไม่มีสัญญาณรบกวน บางประเทศก็ยังมีอยู่ทั้ง 2 แบบคือมีทางเลือกให้ผู้ใช้ได้รับชม มีทั้งแบบอนาล็อกและมีทั้งช่องที่เป็นดิจิตอล หากผู้ใช้ไม่มีกล่องรับสัญญาณแบบดิจิตอลก็จะรับชมได้เพียงช่องที่เป็นอนาล็อกเท่านั้น ซึ่งก็ดูยุติธรรมสำหรับคนจำนวนมากและถือเป็นทางเลือกที่ผู้ใช้ทุกคนสามารถเลือกได้

วิธีการกระจายสัญญาณในรูปแบบดิจิตอลนั้น สามารถเพิ่มประสิทธิภาพความคมชัดไปได้ถึงระดับ "HD" หรือ "High Definition"

ภาพที่ปรากฏออกมาทางโทรทัศน์จะคมชัดกว่าปรกติ ปัจจุบันในประเทศไทยมีการแพร่สัญญาณโทรทัศน์แบบ HD กันไปหลายที่แล้วคาดว่าประเทศไทยในอนาคตนั้น หลังจากปล่อยสัญญาณเป็นแบบดิจิตอลกันมากขึ้นแล้ว คำว่า HD คงจะเป็นสิ่งที่เราจะได้ยินจนชินหูในอนาคตอันใกล้

ในตอนต่อไปเราจะมาพูดถึง Internet TV และรายการที่จะรับชมกันครับ

 
ที่มา : daydev.com

ลำโพงซึ่งมีภาคขยายอยู่ภายใน

clip_image001

เครื่องหมายนี้ใช้เตือนผู้ใช้ถึงอันตรายอันอาจเกิดขึ้นจากสัมผัสจุดต่างๆซึ่งไม่มีฉนวนหุ้ม และอาจเกิดอันตรายจากกระแสไฟฟ้าได้

clip_image002

เครื่องหมายนี้ ใช้เตือนผู้ใช้ให้ระมัดระวังในการทำงานและให้ความเอาใจใส่ในคำแนะนำต่างๆ

ก่อนติดตั้งซับวูฟเฟอร์ หรือลำโพงที่มีภาคขยายภายใน จะต้องอ่าน และทำความเข้าใจในคำแนะนำต่างๆ รวมทั้งเก็บคู่มือนี้ไว้เพื่อใช้ในอ้างอิงโอกาสต่อๆไป

การป้องกันไฟดูด

clip_image001[4]

ห้ามใช้ในบริเวณที่มีน้ำ หรือความชื้นสูง อย่าปล่อยให้น้ำหรือของเหลวอื่นใด สัมผัส หรือซึมเข้าไปภายในเครื่อง ถอดปลั๊กทุกครั้งเมื่อต้องการทำความสะอาด

clip_image001[5]

ลำโพงซับวูฟเฟอร์ประกอบไปด้วยขั้วต่อทางไฟฟ้ามากมาย ห้ามใช้กับเต้าเสียบ หรือสายต่อพ่วงใดๆ รวมทั้งปลั๊กที่หลวมคลอน หรือ ไม่แน่น ทุกครั้งที่เสียบปลั๊กต้องมั่นใจว่าแน่นหนาและเสียบเข้าไปจนสุด

clip_image001[6]

ใช้กับแรงดันกระแสไฟเฉพาะที่ระบุไว้หลังเครื่องเท่านั้น อย่าใช้สายไฟที่มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน เพราะอาจทำให้เกิดการ